Blog

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ (รุกขกรรมขั้นต้น) รุ่น 2

Poster แนวตั้ง มธ.รุ่น2 แนวตั้ง new

ตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ใครเรียนก็ได้ เรียนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

ทุกวันนี้การดูแลต้นไม้ใหญ่ในเมืองที่มีความจำกัดในเชิงพื้นที่และทรัพยากร หากสร้างความเข้าใจให้กับคนที่มีหน้าที่ดูแลร่วมถึงผู้ที่สนใจทั่วไปให้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ และเพื่อเพิ่มบุคลากรผู้มีความรู้ด้านการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่อย่างถูกวิธี ย่อมเป็นโอกาสในการมีพื้นที่สีเขียวให้ต้นไม้อยู่ร่วมกับคนเมืองได้อย่างเป็นมิตร

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมและผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สมาคมภูมิสถาปนิกแห่งประเทศไทย, ปตท. , เครือข่ายต้นไม้ในเมือง และ บิ๊กทรีส์ (BIGTrees Project) ร่วมมือจัดกิจกรรม โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ (งานรุกขกรรมขั้นต้น) รุ่นที่ 2 ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อเปิดโอกาสให้คนเมืองได้สัมผัสประสบการณ์การตัดแต่งต้นไม้แบบถูกวิธี และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์

สถานที่: ห้องประภาศน์อวยชัย ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

หลักสูตรอบรม 6 วัน (เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ รวม 3 สัปดาห์)

เสาร์-อาทิตย์ ที่ 23-24 ก.ย. 60              ลงทะเบียนเวลา 08.30 น.

เสาร์-อาทิตย์ ที่ 30 ก.ย. – 1 ต.ค. 60      ลงทะเบียนเวลา 08.30 น.

เสาร์-อาทิตย์ ที่ 7-8 ต.ค. 60                 ลงทะเบียนเวลา 08.30 น.

ค่าใช้จ่าย 600 บาท/ท่าน

วิธีการสมัคร  (รุ่นที่ 2 เต็มแล้วคะ รบกวนรอประกาศรับสมัครรอบที่ 3 นะคะ )

1.inbox มาทาง Facebook Big Trees

  1. แจ้ง ชื่อ-สกุล/อายุ/เบอร์/อีเมล/หน่วยงาน พร้อมระบุ “สมัครอบรมตัดแต่งต้นไม้ มธ.รุ่น 2”
  2. โอนเงินมาที่ บริษัท รักษ์ไม้ใหญ่ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 006-3-25976-4
  3. ส่งสลิป/หลักฐานการโอนมาทาง inbox เพจ Big Trees
  4. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ให้ที่ 083-6785379 คุณมด ศศิมา (กรุณาโทรเวลา 09.00-16.00 น.)

หัวข้อการบรรยายและปฏิบัติการ

วันที่อบรม หัวข้อการอบรม
1
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานรุกขกรรม // สาธิตการตัดแต่ง
2
โครงสร้างทางกายภาพของต้นไม้ // การใช้อุปกรณ์ปีน และเงื่อนเชือก// ฝึกปีน // สอนตัดแต่งพื้นล่าง
3
การสางโปร่ง การยกระดับทรงพุ่ม // ฝึกปีน //สอนตัดแต่งพื้นล่าง
4
อุปกรณ์ที่ใช้ ความปลอดภัย การดูแลรักษาเครื่องมือ // สอบปีน
5
ปีน และตัดกิ่งไม้
6
ปีน และตัดกิ่งไม้ //สอบวัดคุณภาพ //สรุป

วิทยากรและผู้สนับสนุนการฝึกอบรม

  1. ศาสตราจารย์กิตติคุณ เดชา บุญค้ำ ผู้ก่อตั้งภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. ภาคควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมและผังเมือง ม.ธรรมศาสตร์
  3. สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย
  4. คุณอนุกูล สอนเอก ด้านการปีนที่สูงและอุปกรณ์
  5. คุณสุรศักดิ์ ชูอ่อน ด้านการตัดแต่ง
  6. บจก.รุกขกร ด้านการปีนและตัดแต่ง

กำหนดการพิธีเปิด 
วันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 ณ ห้องประภาศน์อวยชัย ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

8.00-8.30 น. ลงทะเบียนผู้เข้าอบรม
8.30-8.45 น. ผู้เข้าอบรมทยอยเข้าห้องประชุม
8.45-9.00 น. กล่าวต้อนรับโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
9.00-12.00 น. บรรยายเรื่อง “ธรรมชาติการดำรงชีวิตและการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในเมือง ” โดย ศ.กิตติคุณ เดชา บุญค้ำ
12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00-13.15 น. กล่าวเปิด โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พร้อมถ่ายภาพ
13.15-13.30 น.รวมพลในห้องบรรยาย แนะนำวิทยากรปฏิบัติประจำกลุ่ม
13.30-14.00 น. สาธิตการปฏิบัติงานบนที่สูงโดยการปีนขึ้น/ลง อย่างปลอดภัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
14.00-16.00 น. อบรมเชิงปฏิบัติการ โดย วิทยากรภาคปฏิบัติ

ข้อตกลง

Map ท่าพระจันทร์
สถานที่:  ห้องประภาศน์อวยชัย ชั้น 4 อาคารอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

สามารถชมผลงานการตัดแต่งต้นไม้ของทีมรุกขกร กิจการเพื่อสังคมได้ที่ (คลิกที่นี่)

Advertisements

ตัดแต่งต้นไม้ใครเรียนก็ได้ เรียนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

ทุกวันนี้การดูแลต้นไม้ใหญ่ในเมืองที่มีความจำกัดในเชิงพื้นที่และทรัพยากร หากสร้างความเข้าใจให้กับคนที่มีหน้าที่ดูแลร่วมถึงผู้ที่สนใจทั่วไปให้ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ และเพื่อเพิ่มบุคลากรผู้มีความรู้ด้านการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่อย่างถูกวิธี ย่อมเป็นโอกาสในการมีพื้นที่สีเขียวให้ต้นไม้อยู่ร่วมกับคนเมืองได้อย่างเป็นมิตร

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมและผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาคมภูมิสถาปนิกแห่งประเทศไทย ปตท. เครือข่ายต้นไม้ในเมือง และ บิ๊กทรีส์ (BIGTrees Project) ร่วมมือจัดกิจกรรม โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ (งานรุกขกรรมขั้นต้น) รุ่นที่ 1 ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อเปิดโอกาสให้คนเมืองได้สัมผัสประสบการณ์การตัดแต่งต้นไม้แบบถูกวิธี และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์

สถานที่: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ (ห้องประชุมสำนักเสริมศึกษา ชั้น 5 อาคารเอนกประสงค์1)

หลักสูตรอบรม 6 วัน (เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ รวม 3 สัปดาห์)

สัปดาห์ที่ 1 เสาร์-อาทิตย์ ที่ 2-3 ก.ย. 60

สัปดาห์ที่ 2 เสาร์-อาทิตย์ ที่ 9-10 ก.ย. 60

สัปดาห์ที่ 3 เสาร์-อาทิตย์ ที่ 16-17 ก.ย. 60

ค่าใช้จ่าย 500 บาท/ท่าน

วิธีการสมัคร

1.inbox มาทาง Facebook Big Trees (https://www.facebook.com/BIGTreesProject/)

  1. แจ้ง ชื่อ-สกุล/อายุ/เบอร์/อีเมล/หน่วยงาน พร้อมระบุ “สมัครอบรมตัดแต่งต้นไม้ มธ.รุ่น 1”
  2. โอนเงินมาที่ บริษัท รักษ์ไม้ใหญ่ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 006-3-25976-4
  3. ส่งสลิป/หลักฐานการโอนมาทาง inbox เพจ Big Trees
  4. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ให้ที่ 083-6785379 (คุณมด)

หัวข้อการบรรยายและปฏิบัติการ

วันที่อบรม หัวข้อการอบรม
1
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับงานรุกขกรรม // สาธิตการตัดแต่ง
2
โครงสร้างทางกายภาพของต้นไม้ // การใช้อุปกรณ์ปีน และเงื่อนเชือก// ฝึกปีน // สอนตัดแต่งพื้นล่าง
3
การสางโปร่ง การยกระดับทรงพุ่ม // ฝึกปีน //สอนตัดแต่งพื้นล่าง
4
อุปกรณ์ที่ใช้ ความปลอดภัย การดูแลรักษาเครื่องมือ // สอบปีน
5
ปีน และตัดกิ่งไม้
6
ปีน และตัดกิ่งไม้ //สอบวัดคุณภาพ //สรุป

วิทยากรและผู้สนับสนุนการฝึกอบรม

  1. ศาสตราจารย์กิตติคุณ เดชา บุญค้ำ ผู้ก่อตั้งภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  2. ภาคควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมและผังเมือง ม.ธรรมศาสตร์
  3. สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย
  4. คุณอนุกูล สอนเอก ด้านการปีนที่สูงและอุปกรณ์
  5. คุณสุรศักดิ์ ชูอ่อน ด้านการตัดแต่ง
  6. บจก.รุกขกร ด้านการปีนและตัดแต่ง

กำหนดการพิธีเปิด

วันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2560 ณ ห้องประชุมสำนักเสริมศึกษา ชั้น 5 อาคารเอนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

8.00-8.30 น.    ลงทะเบียนผู้เข้าอบรม

8.30-8.40 น.    ผู้เข้าอบรมทยอยเข้าห้องประชุม

(เปิดวีดีโอประมวลภาพการทำงานรุกขกรรม/สลับกับปัญหาของต้นไม้ในเมืองต่างๆ)

8.40-9.10 น.    พิธีเปิด และถ่ายรูปร่วมกัน

9.10-9.20 น.    ตัวแทนทีมจัดอบรมชี้แจงรายละเอียดและข้อตกลงในการอบรม และแนะนำเจ้าหน้าที่

9.20-9.30 น.    พักเบรก

9.30-12.00 น.  บรรยายเรื่อง “ธรรมชาติการดำรงชีวิตและการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในเมือง ”                       โดย ศ.กิตติคุณ เดชา บุญค้ำ

12.00-12.20 น.  แบ่งกลุ่มผู้เข้าอบรม แนะนำวิทยากรปฏิบัติประจำกลุ่ม

12.20-13.20 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.30-14.00 น. สาธิตการปฏิบัติงานบนที่สูงโดยการปีนขึ้น/ลง อย่างปลอดภัย

โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุลและวิทยากรภาคปฏิบัติ

14.00-16.00 น. อบรมเชิงปฏิบัติการ โดย วิทยากรภาคปฏิบัติ

การเตรียมตัวในวันอบรมเชิงปฏิบัติการ และการเดินทาง

พิธีเปิด โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดด้านการตัดแต่งต้นไม้ใหญ่ (รุกขกรรมขั้นต้น) รุ่นที่ 1
ใน วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน เริ่มลงทะเบียน เวลา 8.00-8.30น. ณ สถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ ชั้น 5 อาคารอเนกประสงค์ (ตามแผนที่ด้านล่าง)

Map ท่าพระจันทร์

ข้อตกลงและการเตรียมตัว

ข้อตกลง

**ขอให้ผู้เข้าอบรมฯ ปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย

ประมวลภาพถ่าย

ภาพถ่ายโดย : MEMO IMAGE

สามารถชมผลงานการตัดแต่งต้นไม้ของทีมรุกขกร กิจการเพื่อสังคมได้ที่ (คลิกที่นี่)

Urban Tree Care

อาชีพ “หมอต้นไม้” มีอยู่จริงในประเทศไทย
หมอต้นไม้ ทำหน้าที่เหมือนหมอคอยรักษาผู้ป่วย และทำให้คนไข้มีชีวิตรอดรวมถึงศัลยกรรมตกแต่งให้สวยงาม สถานที่ทำงานของหมอจึงอยู่บนที่สูง คอยปีนป่ายช่วยเหลือต้นไม้ไปทุกที่ที่มีคนขอความช่วยเหลือ ทั้งตัดแต่ง จัดทรงพุ่ม หนีสายไฟ อุดโพรง ซ่อมราก พรวนดินให้อากาศ ฯลฯ ครอบคลุมทุกอาการเลยก็ว่าได้ หมอต้นไม้ในประเทศไทยปัจจุบันยังมีอยู่น้อยมาก เพราะยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ส่วนใหญ่คนที่มีหน้าที่จัดการกับต้นไม้ในเมืองก็คือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ ที่ส่วนใหญ่แล้วยังถือว่าขาดความเป็นหมอต้นไม้อยู่ไม่น้อย

เรื่องต้นไม้กับสายไฟทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จะเห็นชนิดที่ว่าตัดจน หัวกุด แบบไม่ต้องเกิดใหม่กันเลยทีเดียว เชื่อว่าเจตนาเพียงเพื่ออยากให้สายไฟไม่เสียหาย จึงตัดกิ่งที่ยื่นมาใกล้สายไฟ เราเลยมักเห็นภาพต้นไม้หัวกุดตามแนวสายไฟเป็นปัญหาบานปลายกันจนถึงปัจจุบัน แต่ทุกปัญหามักมีทางออก เพราะหมอต้นไม้สามารถทำให้ต้นไม้อยู่กับสายไฟได้อย่างสวยงาม ด้วยความเข้าใจทั้งฝั่งต้นไม้และคนเมือง และคนที่สำคัญไม่แพ้หมอต้นไม้ นั่นคือประชาชนหัวใจสีเขียวทุกคนเป็นฮีโร่ของต้นไม้คอยเป็นหูเห็นตาเมื่อเห็นต้นไม้ถูกตัดแบบผิดๆ ทำให้เสียงของต้นไม้ดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และอีกไม่นานเชื่อว่าต้นไม้จะสามารถอยู่ร่วมกับคนเมืองได้อย่างแน่นอน

ต้นไม้ในเมืองมีหน้าที่เหมือนต้นไม้ในป่า คน ต้นไม้ พึ่งพากันและกัน คนเลี้ยงต้นไม้ ต้นไม้เลี้ยงคน ต้นไม้เป็นปอดผลิตอากาศ เป็นที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารให้คนและสัตว์ คนดูแลต้นไม้ ต้นไม้ให้ประโยชน์แก่คน หมอต้นไม้ ก็คือคนที่มีความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของต้นไม้ และคนเมือง เพื่อปรับแต่งต้นไม้ให้สวยงาม สุขภาพดี สามารถอยู่กับคนเมืองได้

 

เล่าเรื่อง : ลมจากป่า (ขนิษฐา ลาสุด)
สร้างสรรค์ภาพ : สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ
ขอบคุณนิตยสารบ้านและสวนที่เป็นแนวร่วมพันธกิจสีเขียวในการเผยแพร่ พร้อมสนับสนุนนักเขียนและนักออกแบบ  

 

การใช้เสียมลม ฟื้นฟูต้นมะขามท้องสนามหลวง

ครั้งแรกของประเทศไทย กับการใช้เสียมลม เพื่อฟื้นฟูต้นมะขามในบริเวณท้องสนามหลวงที่มีอาการป่วยทางระบบราก ผนังกั้นรากไม่สัมผัสออกซิเจน เนื่องจากสภาพดินที่เป็นดินเหนียวซึ่งได้รับปริมาณน้ำเกินความต้องการ

IMG_7256ศาสตราจารย์กิตติคุณ เดชา บุญค้ำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภูมิสถาปัตยกรรม) ร่วมกับร่วมกับศูนย์อาสาสมัคร (Volunteers for Dad) และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ม.ธ.ท่าพระจันทร์ ได้ริเริ่มนำเอาเสียมลมมาใช้ ในงานฟื้นฟูระบบรากต้นมะขามบริเวณทิศเหนือของท้องสนามหลวง โดยร่วมกับ ผอ. สุวรรณา จุ่งรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อมกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผอ.อภิวรรณ เนียมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.)

อาจารย์เดชาถ่ายทอดความรู้ให้ฟังว่า
“เสียมลม หรือ Air Spade เป็นเหมือนเครื่องมือที่ใช้ในการขุดหน้าดิน วิธีในการใช้เสียมลม คล้ายกับ การใช้เสียมธรรมดาทั่วไป คือใช้ในการขุดดิน แต่ที่ดีกว่านั้น คือสามารถเจาะดินได้ ตัดดินได้ และที่ดีที่สุดคือ เสียมลมจะไม่ทำให้รากกิ่งเสียหาย ซึ่งต่างประเทศ อาทิเช่น สิงค์โปร ฮ่องกง ฯลฯ นั้นได้ใช้เสียมลมมากว่า 20 ปีแล้ว”

IMG_7257“การทำงานของเสียมลม คือการใช้แรงดันอากาศขนาดสูง จากเครื่องอัดอากาศขนาดใหญ่ เพื่อใช้พรวนขุดเจาะดิน โดยผู้ที่ใช้เครื่องมือนี้ ควรจะมีความรู้ทางด้านชีววิทยา ด้านต้นไม้”

จากคำแนะนำของอาจารย์เดชา ควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานโดยเหล่ารุกขกรและเจ้าหน้าที่เกิดกระบวนการทำงานดังนี้
1. เริ่มจากการใช้เสียมลมเจาะหน้าดินรอบๆต้นมะขาม เพื่อให้ดินบริเวณนั้นร่วน ซึ่งพื้นดินส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ นั้นเป็นดินเหนียว

IMG_7265

2.ต่อจากนั้นใช้เสียมลมขุดหลุม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 20 ซม. ลึกประมาณ 50 ซม. เพื่อให้ต้นมะขามมีอากาศหายใจ

IMG_7258

3.ใส่กาบมะพร้าวรองพื้นเพื่อฟื้นฟูสภาพดิน

IMG_7262

4.ใส่ดินหมักผสมทรายเพื่อให้โครงสร้างดินเหนียวโปร่งขึ้น

AirSpade-th

วันที่ 19 พ.ค. 2560 ได้มีการทดลองใช้เสียมลมกับต้นมะขามป่วยบริเวณท้องสนามหลวง โดยมีศ.เดชาให้คำแนะนำ และผอ.สน.สิ่งแวดล้อม กทม. ร่วมสังเกตการณ์และอนุมัติให้ดำเนินการต่อไปอีก ทั้งนี้การทดลองการใช้เสียมลมครั้งแรกในประเทศไทยได้มีขึ้นครั้งกับต้นไม้ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อทดสอบการใช้งานเบื้องต้น ต่อมาได้นำมาทดลองกับต้นมะขามที่สนามหลวงเป็นครั้งแรกในวันที่ 5 เม.ย. 2560 :

ต้นมะขามหมายเลข N167 เนื่องจากดินบริเวณนั้นเหนียวมากต้องลองขุดเสียมลมถึง 2 รอบกว่าจะขุดเข้า เนื่องจากดินบริเวณนั้นเหนียวมาก ซึ่งอาจารย์เดชาเห็นว่า เสียมลมนั้นเหมาะกับดินร่วนมากกว่าดินเหนียว แต่ซึ่งสภาพดินในกทม.ส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวจึงต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพดิน จนกระทั่งการเจาะรอบที่ 2 ก็เจอกับชั้นก้อนกรวดที่อัดแน่น ซึ่งเป็นชั้นที่ทางกทม.เคยโรยกรวดเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ใครมาเหยียบบริเวณรอบต้นมะขามรอบท้องสนามหลวง

IMG_7270เมื่อเจาะผ่านชั้นกรวดไปได้ทางรุกขกรได้ให้พนักงานของกทม. ทดลองใช้เสียมลมดูบ้าง ผลออกมาก็เป็นที่น่าพอใจ แม้ยังไม่ค่อยชำนาญนัก แต่หากได้ฝึกในทุกขั้นตอนการใช้งานทักษะความความชำนาญก็จะเกิดขึ้น

IMG_7061

เรื่องสำคัญที่อาจารย์เดชา พูดถึงบ่อยๆ คือเรื่องของต้นไม้ป่วยซึ่งจะมีกลไกการเอาตัวรอด โดยการแตกกิ่งบริเวณกลางลำต้น ซึ่งปกติแล้วจะแตกกิ่งบริเวณยอด การแตกกิ่งกระโดงคือ การสะสมแหล่งอาหารจำพวกแมกนีเซียมและโปรตีน ซึ่งหากไม่มีความรู้ โดยทั่วไปมักจะตัดออก นั่นเท่ากับเป็นการตัดแหล่งอาหารของต้นไม้ ซึ่งหลังจากนั้นต้นไม้จะค่อยๆตายลงไปในที่สุด

IMG_7275

ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมนี้
[ขอบคุณการบันทึกภาพและเรื่องราวโดย กัมปนาท แย้มวิมล วันที่ 19 พ.ค. 2560]
#urbantree #treecare for #happyTree #bettercity

Chiang Dao Model


ChiangDaoModel-Campaign-TH
“ป่าต้นน้ำ = จุดกำเนิดแห่งชีวิต”  
เมื่อธรรมชาติสมดุล และเกื้อกูลกันจะมีป่า มีน้ำ มีอากาศ มีสัตว์ มีมนุษย์
แต่เมื่อใดที่ธรรมชาติขาดสมดุลหรือถูกทำลาย สิ่งเหล่านั้นก็จะหายไป
ประสบการณ์คนอยู่กับป่า ร่วมลงแรงเรียนรู้ธรรมชาติด้วย “การทำแนวกันไฟ”

ฟื้นฟูป่าต้นน้ำแม่ปิง ดอยหลวงเชียงดาว Ping Watershed forest Restoration
ปีที่แล้วกลุ่มบิ๊กทรีร่วมกับคุณนิคม พุทธา Nikom Putta กรีนพีช Greenpeace Thailand ม.แม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ และอาสาสมัคร ร่วมกันปลูกป่าต้นน้ำเชียงดาว โดยเราจะดูแลต้นกล้าที่ปลูกในระยะ 3 ปีแรก เพื่อให้ต้นกล้าแข็งแรงที่จะอยู่รอดในป่าใหญ่ได้ มาปีนี้ ในช่วงหน้าแล้ง เราทำแนวกันไฟป่า เพื่อป้องกันไฟที่จะเผาทำลายป่าต้นน้ำที่เราดูแล

ChiangDaoModel-img01

“สิ่งที่เราทำกันอยู่นี่มันจะช่วยป้องกันไฟป่าได้จริงๆซักแค่ไหน?”
คำถามจากปากอาสาสมัครคนหนึ่งที่อดเก็บความสงสัยไว้ไม่ได้  ดังอยู่ในใจของอาสาสมัครอีกหลายคน

เมื่อวันที่ 18-19 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา  อาสาสมัครกว่าร้อยชีวิตจากทั่วประเทศ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวต่างชาติ  กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อแม่น้ำชาวเกาหลี Listen to the City อาสาสมัครจากกรีนพีซประเทศไทย และกลุ่มบิ๊กทรีส์ รวมตัวกันเพื่อทำแนวกันไฟในเขตป่ากันชน บ้านยางปู่โต๊ะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จากคำชวนของพี่อ้วน นิคม พุทธา แห่งค่ายเยาวชนเชียงดาว  ผู้อุทิศชีวิตให้กับผืนป่าต้นน้ำแม่ปิง  อันเป็นบ้านเกิดของตน

 

ChiangDaoModel-img02

จากค่ายเยาวชนฐานปฏิบัติการ  เรานั่งรถกระบะไปไม่ถึง 5 นาที  ก็ถึงจุดทำแนวกันไฟ  ทัพหน้าเป็นชาวบ้านคนในพื้นที่ถือจอบถือมีดตัดถางกิ่งไม้ต้นไม้เปิดทาง  กลุ่มหนุนหลังก็ร่วมกวาดๆคราดๆเอาเศษกิ่งไม้ใบหญ้าที่ทัพหน้าขุดๆถากๆเปิดไว้  ให้เห็นเป็นทางโล่งกว้าง 4-5 เมตรระหว่างแนวป่าสองฝั่ง  หนึ่งคือพื้นที่ที่เราเคยมาปลูกกล้าไม้เอาไว้ตั้งแต่ช่วงต้นฝนเมื่อปีที่แล้ว  เพื่อหวังว่าถ้าเกิดไฟป่าลามมาจากป่าฟากหนึ่งจะหมดเชื้อให้มอดหยุด ลามไปที่อีกฟากหนึ่งไม่ได้  ไม่เพียงแต่ถางเปิดทางที่พื้นดินเท่านั้น  แหงนหน้าขึ้นไป ถ้าเห็นกิ่งไม้ลำไผ่แห้งพาดยาวข้ามป่าสองฝั่งก็ควรตัดโค่นลงมาด้วย เพราะนับเป็นสะพานไฟอย่างดีเช่นกัน  ทีมละเอียดรั้งท้ายอย่างพวกเราพยายามเก็บเอาทั้งที่พื้นและเหนือระดับศีรษะ อาสาสมัครหนุ่มในกลุ่มรั้งท้ายสามคนที่เคยไม่รู้จักกัน ร่วมลุยล้มไผ่ลำยาวต้นแล้วต้นเล่าจนหมดแรงข้าวเช้าและได้แผลไปตามกัน  ชวนให้นึกภาพว่าถ้าวันหนึ่งไฟป่าลามมาตรงนี้จริงๆแล้วเกิดหยุดไปต่อไม่ได้  เพราะไม่มีหญ้าใบยาวแห้งๆต้นนั้นที่คราดมันออกไป หรือไผ่ลำใหญ่ที่สามทหารเสือโค่นลงมา  จิตนาการได้แค่นี้ก็ดีใจแล้ว

chiangdaomodel-FireBarrier-01“แนวกันไฟที่เราทำจะช่วยป้องกันไฟป่าลุกลามได้ประมาณ 60% ครับ”  พี่อ้วนไขข้อข้องใจให้อาสาสมัคร แต่ถึงจะกันได้มากน้อยเพียงไหนก็คงไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่ว่า คนเมืองตัวเล็กๆอย่างเราๆก็ทำอะไรเพื่อธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ได้บ้างเหมือนกัน  ต้นไม้ที่พี่อ้วนปลูกกำลังโตขึ้นในใจของพวกเราทุกคนแล้ว

นักเล่าเรื่อง พัชรา คงสุผล 

////////////////////////////////////////////////
เชิญชวนอาสาสมัครหัวใจสีเขียว ร่วมปกป้องป่าต้นน้ำจากไฟป่า ด้วยการสร้างแนวกันไฟป่าเพื่อเป็นกำแพงกั้นไม่ให้ไฟป่าลุกลามทำลายป่าต้นน้ำแม่ปิง 
พร้อมลดปัญหาหมอกควันอันเป็นพิษต่อสุขภาพคนในชุมชน อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมส่งแรงกายแรงใจ ช่วยเหลือธรรมชาติ
สมทบทุนค่าใช้จ่ายเชียงดาวโมเดล คนอยู่กับป่าได้ที่
เลขบัญชี 516-1-30940-7 ธ.กรุงไทย สาขาเชียงดาว
ติดต่อคุณนิคม พุทธา 081-9926031

ChiangDaoModel-Campaign-01

เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงานดับไฟป่า จะต้องสามารถป้องกันหรือลดอันตรายที่จะเกิดระหว่างการดับไฟป่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งอันตรายจากรังสีความร้อน (Radiant heat) ได้มากที่สุด
1. ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว สีฉูดฉานเห็นได้ชัดแต่ไกล เช่น สีแดง ส้ม หรือ เหลือง ที่ทำจากผ้าหนา ควรเป็นผ้าทนไฟถ้าสามารถจัดหาได้ ถ้าไม่มีอาจใช้ผ้าฝ้ายธรรมดา แต่ห้ามใช้ผ้าที่ทอจากวัสดุไวไฟ เช่น ผ้าไนลอนโดยเด็ดขาด ในกรณีของประเทศไทยใช้เสื้อผ้าสีแดง ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกาใช้สีเหลือง และประเทศฟินแลนด์ใช้สีส้ม เป็นต้น
2. สวมรองเท้าหนังหุ้มข้อ ชนิดร้อยเชือก ห้ามใช้ชนิดมีซิปโลหะ เพราะโลหะจะร้อนจัดเมื่อย่ำลงไปบนพื้นที่ไฟไหม้ ในกรณีที่ไม่มี อาจใช้รองเท้าผ้าใบได้ แต่ห้ามสวมรองเท้ายางหรือรองเท้าแตะโดยเด็ดขาด
3. ควรมีผ้าพันคอสามเหลี่ยม เพื่อใช้เช็ดเหงื่อ ใช้ในการปฐมพยาบาล ใช้ชุบน้ำปิดปาก และจมูกในกรณีฉุกเฉิน
4. สวมหมวกนิรภัย ที่ทำจากวัสดุแข็ง เช่น ไฟเบอร์กลาส หรืออลูมิเนียม มีสายรัดคาง และมีสีฉูดฉาดเช่นเดียวกับเสื้อผ้า
5. ใส่แว่นกันควัน เพื่อป้องกันควันไฟ ฝุ่นขี้เถ้า สะเก็ดไฟ หรือชิ้นไม้เล็กๆ ที่กระเด็นมาจากบริเวณที่ตัดต้นไม้ทำแนวกันไฟ
6. ห้ามสวมใส่เครื่องประดับที่ทำจากโลหะหรือพลาสติก เพราะโลหะจะรับความร้อนได้อย่างรวดเร็ว และทำอันตรายต่อผิวหนัง ในขณะที่พลาสติกจะละลายและทำอันตรายต่อผิวหนัง ในทำนองเดียวกัน กรณีของนาฬิกาซึ่งมีความจำเป็นในระหว่างการปฏิบัติงาน ควรถอดเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนำออกมาดูเมื่อต้องการ
#ป่าต้นน้ำแม่ปิง #เชียงดาวโมเดล
#savepingwatershed #peopleforest #Chiangdaomodel

 

Tree Story

BKCH-Wetland-Keerati-Jeenthonglang

“จาก” ดีแค่ไหนใครรู้บ้าง
เชื่อว่าหลายคนเมื่อได้ยินคำว่า “จาก” ตามความหมายของคำมักจะคิดว่าเป็นคำไม่ดีแน่นอน  แล้ว “ต้นจาก” ก็คงเช่นกันสินะ!  สำหรับจากหรือต้นจาก คนสมัยก่อนตั้งชื่อตามลักษณะการกระจายพันธุ์ โดยต้นแม่เมื่อออกผล ผลแก่จะร่วงจากกลุ่ม ลอยน้ำจากไปตามกระแสน้ำเพื่อจากไปเกาะกับชายฝั่งที่เหมาะสม และเติบโตต่อไป ทำแบบนี้เป็นวัฎจักร เห็นไหมว่าคำว่า “จาก” ความหมายดีกว่าที่คิด

จากเกิดได้ที่ไหน?จาก เป็นพืชในตระกูลปาล์ม (Arecacae) เจริญเติบโตได้ดีในบริเวณชายฝั่งที่มีน้ำกร่อย ไม่เค็มมาก แดดจ้า เราจึงมักพบเห็นจากบริเวณปากน้ำหรือปากอ่าวมากกว่าบริเวณชายทะเลที่มีน้ำเค็มตลอดปี ซึ่งขึ้นอยู่บริเวณที่มีน้ำขึ้น-น้ำลง นับว่าเป็นพืชร่วมป่าชายเลน นอกจากจะช่วยไม่ให้ตลิ่งพังแล้วยังช่วยทำให้แผ่นดินงอกเพิ่มขึ้นอีกด้วย เราจึงมักพบจากตามแถบปากแม่น้ำที่ใกล้ๆ กับทะเลเท่านั้น ในไทยพบมากแถวๆ ขอบชายฝั่งคุ้งน้ำบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ และที่อัมพวา จ.สมุทรสาคร

ประโยชน์ของจากมีอะไรบ้าง? ถ้าถามหาประโยชน์บอกได้เลยว่าสารพัดตั้งแต่รากยันปลายใบเลยทีเดียว การที่จากขึ้นบริเวณรอบๆตลิ่ง จึงช่วยไม่ให้ตลิ่งพัง ยังช่วยทำให้แผ่นดินงอกเพิ่มขึ้น คนในสมัยก่อนมักมีภูมิปัญญามากมายในการนำจากมาทำประโยชน์ให้มากที่สุด เอาเป็นว่าครบปัยจัยสี่กันเลยก็ว่าได้ เริ่มตั้งแต่สิ่งก่อสร้างใหญ่ๆ อย่างหลังคา โดยการนำใบจากมาสานเย็บเป็น “ตับจาก” เพื่อนำไปทำหลังคาบ้านช่วยกันลมกันแดดได้ดี หากจะออกไปทำงานคนสมัยก่อนยังนำไปทำหมวกได้อีก เรียกว่า เปี้ยว ส่วนพอนจากนำมาทำเป็นเชื้อเพลิง แม้แต่ใบอ่อนยังเอามาม้วนยาสูบ หรือทำที่ตักน้ำที่เรียกว่า “หมาจาก” ไม่ใช่สุนัขหนีไปนะ!! แต่เป็นชื่อของที่ตักน้ำต่างหาก หรือจะห่อขนม ที่เราคุ้นเคยกันนั่นคือ “ขนมจาก” ช่อดอกนำมาแกงหรือกินเป็นผัก ก้านดอกเอามาทำน้ำหวานเรียกว่า “โซม” ใบจากใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องร่วง ส่วนกลีบดอกนำไปผสมในชาสมุนไพร และที่เราคุ้นเคยมากที่สุดน่าจะเป็น “ลูกจาก” ที่ทำจากเนื้อในเมล็ดเป็นเยื่อสีขาว ใส นุ่ม มีรสหวานทานเป็นของหวานนั่นเอง จาวข้างในยังทานได้อีกด้วยนะ

เป็นยังไงบ้างสำหรับประโยชน์ของจากนี่ยังไม่นับประโยชน์ด้านนิเวศวิทยา ด้านกายภาพ ด้ายชีวภาพด้วยนะ ซึ่งที่กล่าวมาอาจจะยังไม่หมด แต่ท่านทั้งหลายลองนึกดูว่าจากมีประโยชน์ขนาดนี้แล้วทำไมเราไม่อนุรักษ์พันธุ์จากไว้ให้เยอะๆ ละ สำหรับต้นไม้ทุกต้นหากเราเบิกตามองเขาชัดๆ มองให้เห็นถึงแง่ที่เขาให้เรา รับรองว่าคุณจะรักต้นไม้และอยากจะมีต้นไม้ไว้ในบ้านเยอะๆ อย่างที่บิ๊กทรีส์คิด

ติดตามอ่านเต็มๆได้ที่นิตยสาร บ้านและสวน ตอน ลุยสวน ฉบับเดือนเมษายน 2560 นี้
เล่าเรื่อง : ลมจากป่า (ขนิษฐา ลาสุด)

สร้างสรรค์ภาพ : สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ

///////////////////////////////
แนะนำเส้นทางตามหา “จาก” เพราะไม่อยากให้ “จาก” ไป จากงานปั่น พุง ยิ้ม (Bangkachao Eat Art) เส้นทางที่ 1 ชวนกันออกจากบ้าน ข้ามเรือ แล้วลองใช้สองล้อปั่นตามเส้นทางธรรมชาติเพื่อตามหาป่าชายน้ำที่ทำหน้าที่เป็นกำแพงธรรมชาติในถิ่นรักษ์คุ้งบางกะเจ้ากันดู
สามารถเข้าไปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่เพื่อนำรายละเอียดเส้นทางปั่นจักรยานไปใช้ได้ คลิกที่นี่
BKJ-EatArt-BikeMap-01

100cm-BKJ-BikeMap-02-sm100cm-BKJ-BikeMap-03-sm

 

Urban Tree Care

Print

ถ้าไม่มีต้นไม้ ก็ไม่มีอาชีพนี้ “หมอต้นไม้ หรือ รุกขกร” ที่เป็นเพื่อนร่วมงานของต้นไม้ในเมือง

โครงการอบรมเรื่อง “การตัดแต่งและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในงานภูมิทัษน์เมือง” รุ่นที่ 6
วันพฤหัสบดีที่ 25 – วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560
ณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
โดยภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา  สมาคมภูมิสถาปนิกประเทศไทย  และกลุ่มบิ๊กทรีส์

ค่าลงทะเบียนท่านละ 4,000 บาท โดยสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้ตลอดชีพ

หัวข้อการบรรยาย:
วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม 2560
“ธรรมชาติการดำรงชีวิตของต้นไม้ใหญ่ การดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในเมือง”
โดย ศ. กิตติคุณเดชา บุญค้ำ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์(ภูมิสถาปัตยกรรม)
ผู้เขียนหนังสือ “ต้นม้ใหญ่ในงานก่อสร้างและพัฒนาเมือง”

“เทคนิคการตัดแต่งต้นไม้อย่างถูกวิธี”
โดย คุณธราดล ทันด่วน (ครูต้อ) รุขกรผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในงานภูมิทัศน์เมือง
ผู้เขียนหนังสือ “สนุกกับต้นใม้ใหญ่”

////////////////////////
วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม 2560
“ประโยชน์และความสำคัญของต้นไม้ใหญ่  การปลูกและการดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่ในเมือง”
โดย อาจารย์กนก เหวียนระวี อาจารพิเศษประจำภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม และประธานกรรมการบริหารบริษัท กรุงกวี จำกัด

“ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง”
โดย คุณรังสรรค์ สงวนศรี อดีตครูฝึกนักกีฬาปีนหน้าผาไทย และประธานกรรมการบริษัท ร็อคแคมป์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

“การอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในมุมมองของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์”
โดย คุณสมฤทัย เล็กศรีสกุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์คอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

“ประสบการณ์ภาคสนาม: การอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในโครงการก่อสร้าง”
โดย คุณธราดล ทันด่วน (ครูต้อ) และ สาธิตการขึ้นต้นไม้ด้วยวิธีดั้งเดิมและการตัดแต่งต้นไม้อย่างถูกวิธี โดย คุณธราดล ทันด่วน (ครูต้อ) และ ทีมวิทยากรสาธิต

ผู้เข้าอบรมจากส่วนราชการของกระทรวงและกรมต่างๆ สามารถเข้าร่วมอบรมไม่ถือเป็นวันลาราชการ และค่าลงทะเบียนสามารถเบิกจ่าย ได้จากต้นสังกัดตามระเบียบกระทรวงการคลัง และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สามารถเบิกค่าลงทะเบียนจากต้นสังกัดได้ตามระเบียบของแต่ละหน่วยงาน

โหลดใบสมัครได้ที่นี่
กำหนดการโรงเรียนต้นไม้

UrbanTreeSchool_img01UrbanTreeSchool_img02
***ในการฝึกอบรมครั้งนี้ ไม่มีการฝึกปฏิบัติงานบนที่สูง เป็นการบรรยาย พร้อมการสาธิตการขึ้นต้นไม้ด้วยวิธีดั้งเดิม และการตัดแต่งต้นไม้อย่างถูกวิธี ผู้เข้าอบรมสามารถนำองค์ความรู้มาใช้ในการตัดแต่งดูแลต้นไม้ด้วยอุปกรณ์เฉพาะทาง ซึ่งเป็นใช้ประโยชน์ต่อได้อย่างยั่งยืน

“หน้าที่ดูแลต้นไม้ใหญ่ในเมือง เป็นเรื่องของทุกคน”

Water and Land

“เพาะจาก” เพราะไม่อยากให้ “จาก” ไป
ฟื้นฟูป่าชายน้ำ คุ้งบางกะเจ้า
ชุมชนคิด บิ๊กทรีส์จัดให้ เพื่อสร้างให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวตามรอยพ่อ
ป่าจาก กำแพงธรรมชาติ ที่ค่อยๆหายไป ชวนคนตามหา “ป่าชายน้ำ” ในเมืองไทยใกล้กรุงเทพ
เพราะป่าเป็นเรื่องใหญ่ของทุกคน

BT-Bangkachao-Poster-14May2017

กิจกรรมแคมเปญ “ปั่น.ปลูก.จาก”
โครงการ “รักษ์ ปลูก สาน” ฟื้นฟูนิเวศป่าจาก คุ้งบางกะเจ้า
เวลา : วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2560 | 8.00 – 15.00 น.
สถานที่ : ณ คุ้งบางกะเจ้า วัดบางกอบัว
เชิญชวนประชาชนหัวใจสีเขียว มาร่วมปั่นจักรยานดูแลระบบนิเวศป่าจากที่หายบนพื้นที่ปอดกรุงเทพฯ
ระหว่างทริปร่วมประสบการณ์การเรียนรู้เรื่องการเพาะต้นจาก ร่วมเก็บขยะตามเส้นทางจักรยาน ปลูกต้นกล้าจาก ณ วัดบางกอบัว และช็อป ชิม ผลผลิตจาก “จาก” อาหารพื้นถิ่นบางกะเจ้า เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนภายใต้ บางกะเจ้า แบรนด์
[เนื่องจากสถานที่จัดอยู่บริเวณวัดบางกอบัว กรุณาแต่งกายด้วยกางเกงขาสั้นเหนือเข่าแบบสุภาพ เหนือ หรือสามส่วน เสื้อสีเข้มเพื่อเตรียมลุยในดินเลน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา!!]
***ผู้สนใจร่วมงานปลูก ไม่ถนัดปั่นจักรยาน พบกันที่วัดบางกอบัวเวลา 8.30 น.***สมัครร่วมกิจกรรมปั่น.ปลูก.จาก ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์นี้ bit.ly/2pYBJhW
หรือติดต่อที่: วรรณชนก โค้งอาภาส (เอ๋ย) 085-1719422  ID Line: itemwanchanok
รับจำนวนจำกัดเพียง 100 ท่าน!! ค่าใช้จ่ายตลอดทริปประสบการณ์สิ่งแวดล้อม 300 บาท/ท่าน โอนเงินบัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 013-8-20187-2 ชื่อบัญชี จักรพันธ์ ตรวจมรคา และจารุณี จารุรัตนวารี
[รายละเอียดข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน +Press-BikeTourPlantTree-14May2017]

BT-Bangkachao-Program-14May2017กำหนดการปั่น.ปลูก.จาก
โครงการ รักษ์ ปลูก สาน ฟื้นฟูนิเวศป่าจาก คุ้งบางกะเจ้า
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2560
วัดบางกอบัว คุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

08.00 – 08.30 น. ลงทะเบียน รับเอกสาร
[แผนที่เส้นทางปั่นจักรยาน/ พาสปอร์ต/ กำหนดการปั่น.ปลูก.จาก]
– กลุ่ม A จุดที่ 1 ท่าเรือกำนันขาว
– กลุ่ม B จุดที่ 2 ท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก 
08.30 – 09.00 น. ชี้แจงกิจกรรมพร้อมแจกอุปกรณ์เก็บขยะ และอธิบายวิธีการใช้งาน 
09.00 – 09.09 น. เปิดโครงการ “รักษ์ ปลูก สาน ถวายเป็นพระราชกุศรัชกาลที่ ๙”
09.09 – 10.00 น. ร่วมกิจกรรมปั่นรักษ์ เก็บขยะตามเส้นทางที่กำหนด
– กลุ่ม A เส้นทางที่ 1 ท่าเรือกำนันขาว – คลองผีหลอก – วัดบางกอบัว
– กลุ่ม B เส้นทางที่ 2 วัดบางน้ำผึ้งนอก – โรงควาย – วัดบางกอบัว
10.00 – 11.00 น. กิจกรรม “ตามหาป่าจากที่หายไป” ณ วัดบางกอบัว
– ปลูกต้นจาก [แจกอุปกรณ์และอธิบายขั้นตอนการปลูก]
11.00 – 12.30 น. รวมตัว ณ จุดรวมพล เพื่อทำกิจกรรมคัดแยกขยะ
– กลุ่ม A และกลุ่ม B รวมพล ณ วัดบางกอบัว
12.30 – 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน อาหารท้องถิ่น
13.30 – 14.30 น. กิจกรรม “ตามหาป่าจากที่หายไป” (ต่อ)
– สาน ต่อ จาก ณ วัดบางกอบัว เรียนรู้วิถีชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชน
14.30 – 15.00 น. เก็บอุปกรณ์ และทำความสะอาดร่างกาย 
15.00 – 15.30 น. ถ่ายภาพร่วมกันและเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

หมายเหตุ:
1. กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม
2. ผู้เข้าร่วมงานนำจักรยานมาเองหรือสามารถเช่าจักรยานได้ตามจุดบริการเช่าจักรยานภายในคุ้งบางกะเจ้า
3. ผู้เข้าร่วมงานจะได้ทำทั้ง 3 กิจกรรม คือ เก็บขยะ ปลูกต้นจาก และเรียนรู้วิถีชุมชน
4. เนื่องจากสถานที่จัดอยู่บริเวณวัดบางกอบัว กรุณาแต่งกายด้วยกางเกงขาสั้นเหนือเข่าแบบสุภาพ หรือกางเกงสามส่วน ใส่เสื้อสีเข้มเพื่อเตรียมลุยในดินเลนริมแม่น้ำเจ้าพระยา!!

เส้นทางปั่น.ปลูก.จาก
BT-Bangkachao-BikeMapA-14May2017

BT-Bangkachao-BikeMapB-14May2017
[ออกแบบกราฟิกโดย สิริลักษณ์ ตะเภาหิรัญ]

“จาก” มีสารพัดประโยชน์
เริ่มจากสิ่งก่อสร้างอย่างหลังคา นำใบมาสานเย็บเป็น “ตับจาก”
คนสมัยก่อนยังนำไปทำหมวกเรียกว่า “เปี้ยว”
ส่วนพอนทำเป็นเชื้อเพลิง ใบอ่อนทำที่ตักน้ำที่เรียกว่า “หมาจาก”
หรือจะห่อขนม “ขนมจาก” ช่อดอกนำมาแกงหรือกิน ก้านดอกทำน้ำหวานเรียกว่า “โซม” ใบจากใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องร่วง กลีบดอกนำไปผสมในชาสมุนไพร และที่เราคุ้นเคยมากที่สุดน่าจะเป็น “ลูกจาก”
อ่านเรื่องราว “จาก” ดีแค่ไหน ใครรู้บ้าง https://bigtreesworld.wordpress.com/2017/03/20/tree-story
BKCH-Wetland-Keerati-Jeenthonglang
BKCH-Wetland002-Keerati-Jeenthonglang
////////////////////////////////
กิจกรรม “เพาะจาก” อยากลงหลัว
ทริปครอบครัว วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2560 เวลา 8.00 – 15.00 น.
บ้านริมคลองแพ ตำบลบางกอบัว คุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

BKJ-wetland-100360

กำหนดการกิจกรรม
08.00 – 08.30 ลงทะเบียน ที่วัดบางน้ำผึ้งนอก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
08.30 – 08.45 ร่วมเดินทางเข้าสู่บ้านริมคลองแพ บางกอบัว
08.45 – 09.15 เช็คอินบ้านริมคลองแพ เตรียมความพร้อม “เพาะจาก”
09.15 – 12.00 สนุกกับกิจกรรม “พี่จาก อยากลงหลัว” (พร้อมทีมงานประจำกลุ่ม)
> สำรวจระบบนิเวศ “ป่าจาก” กับผู้เชี่ยวชาญในชุมชนบริเวณริมคลองแพ
> ตามหา “ต้นกล้าจาก” ที่แข็งแรง เพื่อขุดลงหลัว (เข่ง)
> ขุดดินจากธรรมชาติลงหลัว ล้อมรอบต้นกล้าจาก เพื่อนำไปปลูกต่อไป
> ใช้เชือกผูกกับหลัวและต้นกล้าจากเข้าด้วยกัน เพื่อความคงทนของต้นกล้าจาก
> ชุมชนให้ความรู้เพิ่มเติม พร้อมกิจกรรมตอบคำถาม

12.00 – 13.00 รับประทานอาหารกลางวัน (อาหารท้องถิ่น)
13.00 – 14.30 กิจกรรม “พี่จาก อยากลงหลัว” (ต่อ)
14.30 – 15.00 ถ่ายรูปร่วมกันและเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

หมายเหตุ: ควรแต่งกายพร้อมสำหรับการย้ายต้นจากลงหลัว เช่น สวมเสื้อ กางเกงสีเข้ม ใส่หมวก เตรียมยาประจำตัว อาจนำเสื้อผ้ามาเปลี่ยน เป็นต้น มีกิจกรรมเสริม “พายเรือเก็บจาก” สำหรับผู้ที่สนใจ
*กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

ร่วมดูแล DNA ป่าจาก ณ คุ้งบางกะเจ้า ปอดของคนกรุงเทพฯ
ค่าใช้จ่ายตลอดทริป 550 บาทต่อคน โอนเงินล่วงหน้า 3 วันก่อนวันงาน บัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 013-8-20187-2 ชื่อบัญชี จักรพันธ์ ตรวจมรคา และจารุณี จารุรัตนวารี

ติดต่อร่วมทริปสิ่งแวดล้อม: 085-1719422 วรรณชนก โค้งอาภาส (เอ๋ย) หรือเพจ BIG Trees

BKJ-wetland-12036012 มี.ค. 60 ที่ลำพูบางกระสอบ บิ๊กทรีส์ร่วมกับกลุ่ม “รักษ์คุ้งบางกะเจ้า” จัดกิจกรรมชื่อ “เพาะจาก” เพราะไม่อยากให้ “จาก” ไป เป็นความสนุกสนานของหลายครอบครัวที่รวมตัวกันมา ขุดต้นกล้า เพาะชำต้นจาก เพื่อเตรียมนำไปปลูกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มกำแพงธรรมชาติป้องกันชายตลิ่ง รวมทั้งเป็นแหล่งอนุบาล พักพิงอาศัยของสัตว์น้ำนานาชนิดในลำดับต่อไป
บันทึกภาพและเรื่องราวโดย : ลำพู บางกระสอบ

 

BKJ-wetland-250260
คุ้งบางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
25 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 8.00-14.30 น.
08.00 น. – 08.30 น.
จุดที่ 1 ท่าเรือวัดบางน้ำผึ้ง ลงทะเบียน และรับอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม – รวมตัวที่ลานวัดบางน้ำผึ้งนอก
08.30 น. – 09.15 น.
ออกเดินทางโดยเรือจุดที่ 1 ท่าเรือวัดบางน้ำผึ้งนอก ไปยังจุดที่ 2 ท่าเรือกำนันขาว เพื่อศึกษาระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ และระบบนิเวศบก – รับประทานอาหารว่างบนเรือ
09.15 น. – 09.45 น.
จากจุดที 2 ท่าเรือกำนันขาว – รับจักรยาน ปั่นไปยังจุดที่ 3 พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย
09.45 น. – 10.45 น.
กิจกรรมเพาะต้นกล้า “จาก” และร่วมเรียนรู้กระบวนการในการจัดการขยะที่พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย – เพาะกล้าต้นจาก แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คน
10.45 น. – 11.30 น.
เส้นทางปลูกปั่น จุดที่ 3  พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ไปยังจุดที่ 4 สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ – เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพ และพักผ่อนตามอัธยาศัย
11.30 น. – 12.00 น.
ปั่นจักรยานชมวิถีชุมชนบางกะเจ้า จากจุดที่ 4 สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ไปยังจุดที่ 5 ร้านอาหาร Prinze Melon (บางน้ำผึ้งใน)
12.00 น. – 13.00 น.
รับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน Prinze Melon (บางน้ำผึ้งใน)
13.00 น. – 14.00 น.
พักผ่อนตามอัธยาศัย จุดที่ 6 ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง
14.00 น. – 14.30 น.
เดินทางกลับ จากจุดที่ 6 ไปยัง จุดที่ 1 วัดบางน้ำผึ้งนอก
(เวลาในการทำกิจกรรมอาจถูกปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม)

BKJ-wetland-01

เส้นทางปั่นจักรยาน Bangkachao Eat Art
LoveBangkachao-map01

Friendly Bicycling Map

BT-bikemap-rattanakosin-cmyk01-sm

การปั่นจักรยานให้ประโยชน์ทั้งความสนุกสนาน ได้สังคมเพื่อนจากการปั่นจักรยาน ได้สุขภาพที่แข็งแรง นอกจากนั้น ยังเป็นทางเลือกที่ดีของการสัญจรในสถานการณ์สภาวะการจราจรติดขัด การเดินทางไม่สะดวก หรือเร่งรีบได้เป็นอย่างดี นับเป็นการพัฒนาองค์รวมของเมืองสร้างสรรค์ได้อย่างร่วมสมัย และชาญฉลาด  แต่อย่างไรก็ตามผู้ปั่นจักรยานควรมีทักษะการใช้จักรยานให้ปลอดภัยมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีพื้นที่ปั่นจักรยานในสวนสาธารณะ พื้นที่สันทนาการสำหรับบ่มเพาะฝึกฝนการปั่นอย่างมีความรับผิดชอบ และความรู้พื้นฐานอย่างทั่วถึงในวงกว้าง

แผนที่เส้นทางจักรยานสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการปั่นจักรยาน และสร้างวัฒนธรรม “การปั่นที่ดี ขับขี่ปลอดภัย เคารพกฎจราจร” กระตุ้นให้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย และเป็นทางเลือกในการใช้พาหนะที่เป็นมิตรในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยงเชิงสร้างสรรค์ เกาะรัตรโกสินทร์ หนึ่งในแลดมาร์กย่านเก่าแก่ของกรุงเทพมหานครนับเป็นผลงานชุดแรกๆที่ทีมงานจัดทำขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์พื้นที่สำหรับปั่น และฝึกเตรียมความพร้อมของผู้ใช้เส้นทางสัญจรร่วมกันจากประสบการณ์จริง  โดยหวังจะเชื่อมการปรับภูมิทัศน์และพัฒนาระบบการคมนาคมในย่านเมืองเก่าได้อย่างยั่งยืน

BT-bikemap-Lovetree-Rattanakosin-sm

แผนที่ปั่นรักษ์ อีกหนึ่งเส้นทางสำหรับนักปั่นที่ชื่นชอบสามารถลัดเลาะได้ชมความเขียว เยี่ยมพื้นที่สีเขียวในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ โดยที่ทีมทำงานและนักออกแบบได้เลือกสรรสถานที่ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับภูมิทัศน์กับสิ่งแวดล้อมให้ผู้คนได้ออกจากบ้านมาเปิดโลกในแนวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเมือง

///////////////////////////////
โครงการ 1 ค่าย 1 สนาม ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่จักรยานสาธารณะ เห็นความสำคัญในเรื่องการสร้างสรรค์แผนที่ท่องเที่ยวโดยจักรยานจึงเกิดการทำงานอย่างต่อเนื่อง จากแผนที่ท่องเที่ยวนย่านในเมือง สู่พื้นที่สันทนาการของภาครัฐในส่วนจังหวัด โดยจัดทำแผนที่เส้นทางจักรยานเพื่อส่งเสริมการปั่นจักรยานในพื้นที่อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี การออกแบบเส้นทางจากประสบการณ์ตรง นำโดยเจ้าของพื้นที่ผ่านภูมิทัศน์นิเวศบกและน้ำ ทำให้เกิดประสบการณ์ร่วมอย่างประทับใจ งานออกแบบจึงสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อการนำไปใช้ต่ออันเป็นประโยชน์จริง เราอยากชวนผู้คนทุกเพศทุกวัยออกจากบ้าน พร้อมปั่นจักรยานสัมผัสธรรมชาติ เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ใหม่ๆให้ถนนส่วนใหญ่เป็นมิตรกับจักรยาน

BIGTrees-bikemap-sirindhornpark-smสามารถโหลดภาพ แผนที่เส้นทางปั่นจักรยานขนาดใหญ่อย่างละเอียดได้ที่
แผนที่เส้นทางปั่นจักรยาน อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร http://www.flickr.com/photos/bigtreesproject/32535267064/in/photostream

///////////////////////////////
แผนที่เส้นทางจักรยานโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เขาชะโ
งก จังหวัดนครนายก ซึ่งเกิดกิจกรรมปั่นจักรยานทางไกล โดยการพึ่งพาตัวเอง อย่าง TCHA Randonneurs TC100 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก และปั่นวัดใจพิชิตชัยเขาชะโงก เนื่องในวาระครบ 125 ปี โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงพลังนักปั่นจักรยานที่เห็นคุณค่าของการปั่นจักรยานอย่างปลอดภัย และการปั่นพื่อสันทนาการ

BIGTrees-bikemap-KhaoChaNgok-sm
สามารถโหลดภาพ แผนที่เส้นทางปั่นจักรยานขนาดใหญ่อย่างละเอียดได้ที่
แผนที่เส้นทางปั่นจักรยานเขาชะโงก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า www.flickr.com/photos/bigtreesproject/32563870763/in/photostream

BIGTrees-bikemap-ChoompolNavy-sm
แผนที่เส้นทางปั่นจักรยานโรงเรียนชุมพลทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี https://www.flickr.com/photos/bigtreesproject/32965405223/in/album-72157679615083080

[ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆในการโหลดแผนที่เส้นทางต่างๆ ขอเพียงรอยยิ้มเวลาปั่น และขอบคุณนักออกแบบอาสา ชัญญาภรณ์ ลาดเสนา (หนิง จิงเกิ้ล) ที่สร้างสรรค์แผนที่จักรยาน ด้วยความเชื่อมั่นอย่างมีอุดมการณ์ในการพัฒนาเมืองด้วยจักรยานเพื่อความยั่งยืน]

โครงการ 1 ค่าย 1 สนาม นับเป็นกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพื่อความยั่งยืน เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัยของนักปั่นจักรยาน และผู้คนที่สนใจกิจกรรมสันทนาการกลางแจ้ง ทำให้สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน

Blog at WordPress.com.

Up ↑